จี้พระประจำวันพฤหัสบดี ปางตรัสรู้ หรือปางสมาธิ ล้อมเพชรสวิส เลี่ยมกรอบทองแท้ 90 เปอร์เซ็นต์ ค่ะ

คุณสมบัติสินค้า:

SKU : GK004

พระประจำวันพฤหัสบดี ปางตรัสรู้ หรือปางสมาธิ ล้อมเพชรสวิส เลี่ยมกรอบทองแท้ๆ90% ขนาด กว้าง1.7 ซม. สูง2.5 ซม. ห้อยกับสร้อยขนาด 2 สลึง- 1บาท ได้สวยๆ เหมาะเป็นของขวัญของฝาก น่ารักดีค่ะ

Share

Share



ลักษณะพระพุทธรูป
        พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองหงายวาง
ซ้อนกันบนพระเพลา คือพระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย   พระชงฆ์ขาวทับพระชงฆ์ซ้าย


ประวัติและความสำคัญ
        
เมื่อพระมหาบุรุษบรมโพธิสัตว์ ทรงกำจัดพญามาร และเสนามารให้ปราชัยด้วยพระ
บารมี ตั้งแต่เวลาสายัณห์มิทันพระอาทิตย์จะอัสดงคต ก็ทรงเบิกบานพระทัยได้ปีติเป็นกำลัง
ภายในสนับสนุนเพิ่มพูนแรงปฎิบัติภาวนาให้ยิ่งขึ้น ดังนั้น พระองค์จึงมิได้ทรงพักให้เสียเวลา
ทรงเจริญสมาธิภาวนาทำจิตใจให้ปราศจากอุปกิเลสจนจิตสุขุมเข้าโดยลำดับ ไม่ช้าก็ได้
บรรลุปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน อันเป็นส่วนรูปสมบัติตามลำดับ
       ต่อจากนั้น ก็ทรงเจริญญานอันเป็นองค์ปัญญาชั้นสูง ๓ ประการ ยังองค์พระโพธิญาณ
ให้เกิดขึ้นเป็นลำดับ ตามลำดับแห่งยามสามอันเป็นส่วนราตรี นั้นคือ
       ในปฐมยาม ทรงบรรลปุพเพนิวาสานุสสติญาณ สามารถระลึกอดีตชาติที่พระองค์ทรง
บังเกิดมาแล้วทั้งสิ้นได้
       ในมัชฌิมยาม ทรงบรรลุจตูปปาตญาณ หรือทิพจักขุญาณ สามารถหยั่งรู้การเกิด
การตาย ตลอดจนการจุติและปฎิสนธิของสัตว์ทั้งหลายได้หมด
       ในปัจฌิมยาม   ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ ทรงพระปรีชาสามารถทำอาสวะกิเลสทั้งหลาย
ให้หมดสิ้นไป ด้วยปัญญาพิจารณาในปัจจยาการแห่งปฏิจจสมุปบาท โดยอนุโลมและปฏิโลม
ทั้งฝ่ายเกิดและฝ่ายดับ สาวไปข้างหน้าและสาวกลับไปมา
       แล้วทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเวลา
ปัจจุสสมัยรุ่งอรุโณทัย ทรงเบิกบานพระหฤทัยอย่างสูงสุดในการตรัสรู้อย่างไม่เคยมีมาก่อน
ถึงกับทรงเปล่งอุทานเย้ยตัณหาอันเป็นตัวการก่อให้เกิดสงสารวัฏฏทุกข์แก่พระองค์หลาย
เอนกชาติว่า
      "นับแต่ตถาคตท่องเที่ยวสืบเสาะหานายช่างเรือนคือตัณหา ตลอดชาติอันจะนับประมาณ
มิได้ ก็มิได้พบท่านเลย   นับแต่นี้ไป ท่านจะทำเรือนให้ตถาคตไม่ได้อีกแล้ว กลอนเรือนเราก็
ได้รื้อเสียแล้ว ช่อฟ้าเราก็ทำลายแล้ว จิตของเราปราศจากสังขารเครื่องปรุงแต่งมีกิเลสไป
ปราศแล้ว เราถึงความดับสิ้นไปแห่งตัณหาแล้ว"
       ในขณะนั้น มหาอัศจรรย์ก็บังเกิดมีขึ้น กล่าวคือ พื้นมหาปฐพีอันกว้างใหญ่ก็หวั่นไหว
พฤกษาชาติทั้งหลายก็ผลิตดอกออกช่องามตระการตา เทพเจ้าทุกข์ชั้นฟ้าก็แซ่ซ้องสาธุการ
โปรยปรายบุปผามาลัยทำสักการะบูชา เปล่งวาจาว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นแล้ว
ในโลก ด้วยปีติยินดีเป็นเหตุอัศจรรย์ที่ไม่เคยมีมาก่อน
       เรื่องนี้จึงเป็นมูลเหตุให้มีการสร้างพระพุทธรูปปางตรัสรู เพื่อเป็นพุทธานุสสติ ฉะนี้แล

คาถาสวดบูชา
          ปูเรนตัมโพธิสัมภาเร    นิพพัตตัง   โมระโยนิยัง    เยนะ  สังวิหิตารักขัง   มหาสัตตัง
วเนจรา   จิรัสสัง   วายะมันตาปิ   เนวะ    สักขิงสุ  คัณหิตุง ฯ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้